เคยได้ยินคำว่า VUCA world ไหมครับ ?
VUCA มาจาก Volatility, Uncertainty, Complexity, Ambiguity — แปลเป็นไทยง่าย ๆ คือ
- โลกที่ผันผวน
- อนาคตที่ไม่แน่นอน
- ความซับซ้อนทับซ้อน
- ความกำกวมที่หาคำตอบชัดเจนยาก
พูดง่าย ๆ ก็คือ โลกธุรกิจตอนนี้มันไม่เหมือนเกมที่มีคู่มือชัด ๆ แล้วครับ มันเหมือนเกมออนไลน์ที่กฎเปลี่ยนได้ตลอดเวลา คู่แข่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ และผู้เล่น (ลูกค้า) พร้อมจะกดออกจากห้องทันทีถ้าไม่ถูกใจ
แล้ว AI เข้ามาเกี่ยวตรงไหน?
AI ไม่ได้มาแทนคนทั้งหมด แต่มาเป็น “เครื่องมือเร่งสปีด” ในโลก VUCA ให้เรา
- Volatility (ความผันผวน): AI วิเคราะห์ข้อมูล real-time เพื่อจับเทรนด์ที่เปลี่ยนไว เช่น พฤติกรรมลูกค้าใน TikTok ที่เปลี่ยนแทบทุกสัปดาห์
- Uncertainty (ความไม่แน่นอน): AI สร้าง predictive model ช่วยคาดการณ์ว่าแคมเปญไหนมีโอกาสปัง หรือสินค้าตัวไหนเริ่มจะตกกระแส
- Complexity (ความซับซ้อน): AI ช่วยเชื่อมข้อมูลจากหลายระบบ (POS, E-commerce, CRM) มาตีความเป็น insight ที่คนอ่านเองอาจใช้เวลานานเป็นเดือน
- Ambiguity (ความกำกวม): AI ช่วย simulate หลาย ๆ scenario เพื่อให้เราตัดสินใจจากข้อมูล ไม่ใช่จาก gut feeling อย่างเดียว
ยกตัวอย่างเช่น การทำ CRM & Loyalty
การรักษาระบบสะสมแต้มแบบเดิมอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกเบื่อหน่ายจนเลิกใช้ไปในที่สุด อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ช่วยให้:
- การระบุตัวตน สมาชิกที่มีมูลค่าสูง ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิพิเศษ
-
การคำนวณ ต้นทุนต่อจุด เพื่อป้องกันความสูญเสียทางการเงินขององค์กร
-
แนะนำ ข้อเสนอที่ดีที่สุดถัดไป สำหรับกลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มโดยอัตโนมัติ
ด้วยเหตุนี้ แทนที่จะแค่รับมือกับความวุ่นวายของโลก VUCA เรากลับต้อง... เปลี่ยนความวุ่นวายนั้นให้เป็นโอกาส —สร้างความแตกต่างที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่ายๆ
สรุปสั้นๆ
- โลก VUCA จะอยู่กับเราไปอีกนาน
- AI ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่คือ เครื่องเร่งที่ทำให้เราคิด ตัดสินใจ และลงมือได้เร็วกว่า
- ใครใช้ได้ดีกว่า ก็คือคนที่เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็น ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
| แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าองค์กรของคุณพร้อมแค่ไหน ? ที่จะเปลี่ยนโลก VUCA ให้กลายเป็นเวทีโชว์ศักยภาพ |