ถอดรหัสความสำเร็จ: จากปรากฏการณ์ร้อยล้าน ‘ไลฟ์เจนนี่ รัชนก’ สู่การสร้างลูกค้าภักดีในยุค Data-Driven

Decoding Success: From the Hundred-Million Phenomenon of “Jenny Ratchanok Live” to Building Loyal Customers in the Data-Driven Era

ท่ามกลางกระแสร้อนแรง แบรนด์ต่าง ๆ แห่ทุ่มงบมหาศาลเพื่อชิงพื้นที่เพียงไม่กี่นาทีในไลฟ์ของ “เจนนี่ รัชนก”
คำถามที่อยู่ในใจเจ้าของธุรกิจและนักการตลาดหลายคนคือ…
“การลงทุนครั้งนี้ คุ้มค่าจริงหรือ?”

คำตอบคือ — “คุ้มค่าอย่างมหาศาล… ถ้าคุณต่อยอดเป็น”

เพราะเงินที่คุณจ่ายไป ไม่ได้ซื้อแค่ยอดขายถล่มทลายในคืนนั้น
แต่คือการซื้อ ‘ทางลัด’ เพื่อเข้าไป ‘กระทุ้งอัลกอริทึม’ ของ TikTok Shop ให้ดันสินค้าของคุณไปสู่สายตาคนนับล้านในทันที

แบรนด์ส่วนใหญ่ยอมจ่ายเพื่อสิ่งนี้ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ — ในระยะยาว ธุรกิจของคุณไม่ได้ฝากไว้บนแพลตฟอร์มเดียว และหากคุณไม่สามารถสร้าง Engagement ต่อเนื่องเพื่อดึงลูกค้าเหล่านั้นให้กลายเป็น ‘ลูกค้าของคุณ’ อย่างแท้จริง เงินลงทุนก้อนนั้นก็อาจไม่คุ้มค่าอย่างที่คิด

 

ปรากฏการณ์ที่เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการอีคอมเมิร์ซไทย

ตัวเลขยอดขายที่พุ่งทะยานทะลุหลักร้อยล้านบาทภายในเวลาไม่กี่วัน ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ

ภาพที่เจ้าของแบรนด์หลายคนถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความดีใจ เพราะสินค้าที่พยายามผลักดันมานานหลายปี กลับขายหมดสต็อกภายในไม่กี่นาที คือเครื่องยืนยันความสำเร็จอันน่าทึ่งนี้

แต่ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว ก่อนหน้านี้เราได้เห็นพลังของเหล่าซูเปอร์สตาร์ที่สร้างยอดขายหมื่นออเดอร์ได้ในสิบนาที แต่สิ่งที่เจนนี่ทำคือ การยกระดับสเกลและความต่อเนื่องขึ้นอีกขั้น จนกลายเป็นแม่เหล็กที่ทุกแบรนด์อยากเข้ามาคว้าโอกาส

และเมื่อความตื่นเต้นจากมหกรรมไลฟ์ในวันนั้นเริ่มจางลง
โจทย์ที่แท้จริงและท้าทายกว่าหลายเท่าสำหรับทุกแบรนด์ ก็ได้เริ่มต้นขึ้น:

“จะทำอย่างไรให้ลูกค้าจำนวนมหาศาลที่ซื้อของจาก กระแส
กลายเป็นลูกค้าที่รักและภักดีต่อ แบรนด์ ของเราอย่างแท้จริง?”

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่แบรนด์ต้องวางกลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนชัยชนะระยะสั้นให้กลายเป็นการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

ด่านที่ 1: เปลี่ยน ‘ผู้ซื้อนิรนาม’ ให้เป็น ‘ลูกค้าที่แบรนด์รู้จัก’

ภารกิจแรกคือการเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ซื้อนิรนาม” บนแพลตฟอร์มโซเชียล ให้กลายเป็น “ลูกค้าที่แบรนด์มีข้อมูล” อยู่ในมือ

นั่นคือกระบวนการเก็บ First-Party Data — ขุมทรัพย์ล้ำค่าของแบรนด์

แนวทางสำคัญ:

  • สร้างเส้นทางดึงลูกค้าเข้าสู่ Ecosystem ของแบรนด์
    อย่าปล่อยให้การซื้อขายจบลงแค่บน TikTok
    ออกแบบกลไกเพื่อเชิญชวนลูกค้าให้เข้ามาใน “บ้าน” ของแบรนด์อย่างเต็มใจ
  • ใช้ Packaging ให้เป็นประโยชน์ แนบ QR Code ในกล่องพัสดุ พร้อมข้อเสนอที่น่าดึงดูด เช่น “สแกนเพื่อลงทะเบียนรับประกันสินค้า และรับส่วนลด 15% สำหรับการซื้อครั้งถัดไป” หรือ “สแกนเพื่อเข้ากลุ่ม VIP รับสูตรลับการใช้สินค้า”
  • สร้างปลายทางที่ชัดเจน QR Code ควรนำไปสู่ LINE Official Account, หน้าสมัครสมาชิกในเว็บไซต์ หรือหน้าดาวน์โหลดแอปของแบรนด์โดยตรง
  • เป้าหมายสุดท้าย: คือการได้รับความยินยอมจากลูกค้าในการเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น ชื่อ เบอร์โทร และอีเมล เพื่อเปิดประตูสู่การสื่อสารโดยตรงในอนาคต

 

ด่านที่ 2: ใช้เทคโนโลยีสร้างความสัมพันธ์ — หัวใจคือ CRM และ CDP

เมื่อมีลูกค้าจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในระบบ
การบริหารจัดการข้อมูลด้วยมือเปล่าย่อมเป็นไปไม่ได้

นี่คือจุดที่เทคโนโลยีอย่าง CRM (Customer Relationship Management) และ CDP (Customer Data Platform) เข้ามามีบทบาทสำคัญ

  • CRM: ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
    เปรียบเสมือน “เลขาส่วนตัว” ของลูกค้าแต่ละคน
    คอยบันทึกประวัติการซื้อ การติดต่อสอบถาม หรือการเคลมสินค้า เพื่อให้บริการได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง
  • CDP: แพลตฟอร์มข้อมูลลูกค้าอัจฉริยะ
    เปรียบเหมือน “สมองกล” ที่รวบรวมข้อมูลจากทุกจุดสัมผัส (Touchpoint) แล้วประมวลผลเป็นโปรไฟล์ลูกค้าแบบ 360 องศา ทำให้แบรนด์ “รู้จัก” ลูกค้าได้ลึกซึ้งถึงความสนใจและแนวโน้มการซื้อในอนาคต

 

ด่านที่ 3: เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นความภักดีที่ยั่งยืน

เมื่อแบรนด์ “รู้จัก” ลูกค้าอย่างลึกซึ้งแล้ว ก็ถึงเวลาสร้างความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น และเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์

  • ทำการตลาดแบบรู้ใจ (Hyper-Personalization)
    ใช้ข้อมูลจาก CRM เพื่อส่งข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้าแต่ละคน
    สร้างประสบการณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ “ใส่ใจจริง”
  • แบ่งกลุ่มลูกค้าเพื่อดูแลเป็นพิเศษ (Advanced Segmentation) เช่น กลุ่มลูกค้า VIP, กลุ่มชอบโปรโมชั่น, หรือกลุ่มที่เริ่มห่างหาย แล้วออกแบบแคมเปญที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม
  • สร้าง Loyalty Program ที่มีคุณค่าให้รางวัลกับความภักดี ไม่ใช่แค่ส่วนลด แต่รวมถึงสิทธิพิเศษที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

 

บทสรุป: ไลฟ์สดที่ทรงพลังคือ “ประตูบานแรก” ไม่ใช่ “เส้นชัย”

ปรากฏการณ์ไลฟ์ของ เจนนี่ รัชนก คือบทพิสูจน์ของการสร้าง Awareness และยอดขายที่ทรงพลัง

แต่มันคือเพียง “ประตูบานแรก” ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ได้พบกับลูกค้าใหม่จำนวนมาก

แบรนด์ที่จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนต่อจากนี้ คือต้อง มองการณ์ไกล และ ลงมือสร้างสะพาน เพื่อนำพาลูกค้าเหล่านั้นข้ามจากความตื่นเต้นชั่วข้ามคืน สู่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและภักดีในระยะยาว

ด้วยการใช้ “ข้อมูล” และ “เทคโนโลยี” เป็นเครื่องมือสำคัญ
ในการทำความรู้จักและดูแลลูกค้าอย่างดีที่สุด

เพราะสุดท้ายแล้ว — “กระแส” มาแล้วก็ไป แต่ “ลูกค้าที่ภักดี” คือสินทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้ และจะอยู่กับแบรนด์ตลอดไป

รวมถึงระบบสมาชิกดีๆจาก PRIMO ที่จะอยู่กับแบรนด์ตลอดไป