Trick การทำ RFM Segment แบบง่าย ๆ เข้าใจลูกค้าได้ลึกใน 3 ขั้นตอน

Easy Trick to Create RFM Segments: Understand Your Customers in 3 Simple Steps

เคยรู้สึกมั้ยว่า…

  • ลูกค้ามีเยอะ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน
  • ใครควรได้โปรฯ พิเศษ?
  • ใครกำลังจะหายไปจากเรา?

ถ้าใช่…ขอแนะนำ RFM Model — เครื่องมือคลาสสิกที่ยังเวิร์กเสมอ

RFM คืออะไร?

RFM ย่อมาจาก:

  • Recency (R): ลูกค้าซื้อครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
  • Frequency (F): ลูกค้าซื้อบ่อยแค่ไหน
  • Monetary (M): ลูกค้าเคยใช้จ่ายรวมทั้งหมดเท่าไหร่

เพียง 3 ตัวแปรนี้ก็เพียงพอในการเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า

วิธีทำ RFM แบบง่าย ไม่ต้องใช้สูตรซับซ้อน

1. เตรียมข้อมูล

  • ดึงข้อมูลรายชื่อลูกค้า
  • รวม: วันที่ซื้อครั้งล่าสุด, จำนวนครั้งที่ซื้อ, ยอดรวมที่ใช้จ่าย

การจัดกลุ่มสมาชิกและลำดับสมาชิก อ่านเพิ่มเติม

2. แบ่งระดับเป็น High / Mid / Low

ตัวอย่างเกณฑ์แบ่งง่าย ๆ:

Recency (R):

  • High = ซื้อใน 30 วันที่ผ่านมา
  • Mid = 31–90 วัน
  • Low = เกิน 90 วัน

Frequency (F):

  • High = มากกว่า 3 ครั้ง
  • Mid = 2–3 ครั้ง
  • Low = 1 ครั้ง

Monetary (M):

  • High = > 5,000 บาท
  • Mid = 1,000–5,000 บาท
  • Low = < 1,000 บาท

💡 เคล็ดลับ: ปรับเกณฑ์ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณเองได้เลย

ตัวอย่าง Segment จาก RFM

Segment ลักษณะ กลยุทธ์ที่แนะนำ
R-High / F-High / M-High ลูกค้า VIP ส่งโปรเฉพาะกลุ่ม, เชิญเข้าคลับ
R-Low / F-High กำลังจะหลุด ทำแคมเปญ Win-back
R-High / F-Low ลูกค้าใหม่ ส่ง Onboarding และ Welcome Gift
F-Low / M-Low ไม่คุ้มลงทุน ลดการโฟกัส หรือพักแคมเปญ

 

สรุป

การทำ RFM ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายกับสูตรหรือคะแนนซับซ้อน
แค่แบ่งกลุ่มง่าย ๆ แล้วสื่อสารให้ตรงคน ก็เห็นผลได้แล้ว