สวัสดีครับ เมื่อวานคงได้เห็นข่าวการเปิดตัวของ GPT-5 กันไปแล้ว
และหลายคนก็คงได้ลองเล่นด้วยตัวเองบ้างแล้ว OpenAI เคยเปรยๆ เรื่องการมาถึงของ AGI (ใครยังไม่รู้ว่าคืออะไร Comment ไว้นะครับ) เราลองมาเช็คกันหน่อยว่า เราเข้าใกล้ AGI แค่ไหนแล้ว
GPT-5 รุ่นนี้เริ่มมีพฤติกรรมบางอย่างที่เราเคยคิดว่า ต้องเป็น AGI เท่านั้นถึงจะทำได้
เช่น การจัดการโจทย์หลากหลายประเภท และเลือกกลยุทธ์แก้ปัญหาเองโดยไม่ต้องให้มนุษย์บอกทุกขั้นตอน
แต่อย่างไรก็ตาม มันยังไม่ใช่ AGI — เพราะยังตั้งเป้าหมายเองไม่ได้ และยังต้องการคนป้อนโจทย์อยู่
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ มันคือ “นักกีฬาฝีมือระดับโลกที่ยังต้องมีโค้ช” ต่างจาก AGI ที่จะวางแผนและลงแข่งเองได้เลย
เรามาอัปเดตกันหน่อยครับว่า แล้ว GPT-5 มีอะไรเพิ่มเติมมาบ้าง
GPT-5 จากโมเดลตอบคำถาม → ระบบคิดที่เลือกกลยุทธ์เอง
GPT-5 ไม่ได้มีแค่โมเดลเดียว แต่ถูกออกแบบเป็นระบบ 3 ชั้นทำงานร่วมกัน
- โมเดลเบื้องต้น — ตอบเร็ว ใช้ทรัพยากรน้อย เหมาะกับงานทั่วไป
- โมเดล “GPT-5 thinking” — ใช้ reasoning หลายขั้นตอนสำหรับโจทย์ซับซ้อน
- Router — คอยตัดสินใจว่าจะใช้โมเดลไหนตามโจทย์แบบ real-time
จุดเปลี่ยนหลักที่ผมเห็น
- ความแม่นยำสูงขึ้น — ลดโอกาส hallucination และบอกระดับความมั่นใจของคำตอบ
- Context ใหญ่ขึ้น — จัดการเอกสารหรือ dataset ขนาดมหาศาลได้
- Personalization — ปรับบุคลิกและสไตล์การตอบได้ (อันนี้ผมยังไม่ได้ลองนะครับว่ามัน personalized แค่ไหน แต่ OpenAI เค้าเคลมว่ามันได้)
- Integration — ต่อกับ Gmail, Calendar, Microsoft 365, GitHub Copilot, Azure ได้ทันที อันนี้เรียกว่าเป็นสิ่งที่ OpenAI พยายามขยาย Ecosystem ของตัวเองให้ทัน Google และทำให้ตลาดของตัวเองกว้างขึ้น ขยายเป้าหมายเป็นผู้ใช้งานระดับองค์กรได้มากขึ้น
มุมมอง Engineering
จากที่ผมดู การมี router คั่นระหว่างโมเดล ทำให้ GPT-5 ใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นในงานง่าย และดึงพลังเต็มที่ในงานยาก
ผลลัพธ์คือ latency ดีขึ้น แต่คุณภาพ reasoning ยังดีอยู่ (แต่ขอออกตัวไว้ก่อนว่าต้องดูยาวๆ กว่านี้)
นี่คืออีกก้าวที่ชัดเจนว่า AI เริ่มเปลี่ยนจาก “ระบบตอบ” ไปสู่ “ระบบคิด” อย่างจริงจัง แต่ถามว่าใกล้เคียง AGI หรือยัง ก็ต้องบอกว่า ยังครับ
เข้าใจเจตนา AI ก่อนตอบกลับไปแล้วผู้ใช้เงิบ >> อ่านเพิ่มเติม