เคยมั้ยครับ…
เวลาถาม AI ไปทีเดียว แต่ได้คำตอบที่ไม่ตรงใจ ในขณะที่บางคนถาม AI เรื่องเดียวกัน แต่กลับได้คำตอบที่ตรงจุด ถูกต้อง และชัดเจนกว่า
ผมเองก็เคยสงสัยเหมือนกันครับ ว่าเพราะอะไร
สุดท้ายถึงได้เข้าใจว่า ความต่างมันไม่ได้อยู่ที่ AI เก่งกว่าหรือฉลาดกว่ารึเปล่า
แต่คือ “วิธีที่เราคุยกับ AI” ต่างหาก
วันนี้ PRIMO Tech-a-Break จะพามารู้จักกับ Chain of Context เทคนิคที่จะทำให้ AI และเราฉลาดขึ้นพร้อมๆกัน
Chain of Context คืออะไร ?
ในเชิงเทคนิค Context ก็คือ “บริบท” ที่เราส่งไปพร้อมคำถาม
ส่วน Chain ก็คือ “การเชื่อมต่อ” ของคำถามเหล่านั้น
เวลาเราคุยกับ AI แบบ Chain of Context มันหมายถึงการถามทีละขั้น โดยใช้คำตอบหรือบริบทก่อนหน้ามาเป็นฐาน ทำให้ AI ไม่ลืมว่าเรากำลังคุยเรื่องอะไรอยู่ และตอบต่อเนื่องได้อย่างแม่นยำครับ
ส่วนที่ 1: ถามแบบ Chain เป็นยังไง
ยกตัวอย่างจากการใช้ CRM:
ผม: “ขอข้อมูลลูกค้า VIP เดือนที่แล้ว”
AI: (แสดงข้อมูล)
ผม: “แล้วในกลุ่มนี้ ซื้อหมวดไหนเยอะที่สุด”
AI: “หมวด A”
ผม: “แล้วจ่ายเงินวิธีไหนบ่อยที่สุด”
AI: “บัตรเครดิต 65%”
จะเห็นว่าพอผมถามต่อเป็นขั้น ๆ AI ก็ยังเข้าใจว่าเรากำลังโฟกัสที่ “ลูกค้า VIP เดือนที่แล้ว” อยู่ตลอดครับ
ส่วนที่ 2: ยิงคำถามทีเดียว vs Chain
ถามทีเดียว
“ลูกค้ากลุ่ม VIP ซื้ออะไรบ่อย และจ่ายเงินด้วยวิธีอะไรบ่อย”
- AI ต้องตีความหลายเงื่อนไขในคำถามเดียว
- คำตอบที่ได้มักจะกว้าง คลุมเครือ หรือขาดรายละเอียด
ถามแบบ Chain
- ผมได้คำตอบทีละประเด็น และมั่นใจว่ายังคุยเรื่องเดียวกันอยู่จากคำตอบที่ AI ตอบ
- ผมควบคุมทิศทางการถามได้ อยากเจาะลึกตรงไหนก็ถามต่อได้
- Insight ที่ได้ต่อเนื่อง ใช้งานจริงได้มากกว่า
ทำไม Chain of Context สำคัญ
- ลด Noise – ไม่ต้องอธิบายซ้ำ แต่ก็ไม่ปล่อยให้ AI เดาเอง
- Control Flow – เราเป็นคนออกแบบเส้นทางการถาม ไม่ใช่โยนก้อนใหญ่ไปทีเดียว
- Accuracy – คำตอบแม่นยำขึ้นเพราะ AI มีบริบทชัดเจน
- ผมเองก็คิดเป็นระบบมากขึ้น – พอถามเป็น chain เราฝึกแตกโจทย์ใหญ่เป็นโจทย์เล็ก คล้ายการเขียนโค้ดครับ
เทคนิคการถามแบบ Chain of Context
- Define Scope ก่อน → เริ่มด้วยการตั้งกรอบ เช่น “ลูกค้า VIP เดือนที่แล้ว”
- Ask Step by Step → แตกเป็นคำถามเล็ก ๆ เช่น “แล้วในกลุ่มนี้ ซื้อหมวดไหนเยอะที่สุด”
- Reconfirm Context → ถ้าคุยนาน ให้ย้ำ context อีกที เช่น “โอเค เรายังดูที่กลุ่ม VIP อยู่นะครับ
การถามแบบยิงทีเดียว อาจได้คำตอบกว้างและไม่ละเอียด
แต่ถ้าใช้ Chain of Context เราจะได้คำตอบที่แม่นกว่า ตรงกว่า และต่อยอด insight ได้เป็นขั้น ๆ
ความต่างของการใช้ AI กับการใช้ App ทั่วไปคือ
ถ้าเป็น App ทั่วไปเราเป็นผู้ใช้งาน และใช้ประโยชน์สูงสุดได้ตามความสามารถของ App นั้น
แต่เวลาที่เราใช้ AI ถ้าเราทำตัวเป็นแค่ User เราก็จะใช้มันได้ไม่ต่างกับการคุยกับ Rule-based chatbot
แต่ถ้าเราเรียนรู้และจัดระบบคิดของเราไปด้วย ประสิทธิภาพในการใช้งาน AI ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
สุดท้ายแล้ว การใช้เทคนิคการถามแบบ Chain of Context ไม่ได้ทำให้ AI ฉลาดขึ้นฝ่ายเดียว
แต่ยังทำให้ ผมเองก็คิดเป็นระบบมากขึ้น ไปพร้อมกับ AI ด้วยครับ
ดังนั้น การที่จะใช้ประโยชน์จาก AI ได้มากน้อยแค่ไหนมันก็อยู่ที่ว่าเราเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากมันได้แค่ไหนด้วยครับ