ถอดกลยุทธ์ “พิมรี่พาย” มากกว่าแม่ค้าออนไลน์ คือการตลาดที่ใช้หลักจิตวิทยาพฤติกรรมผู้บริโภค

Unpacking the “Pimrypie” strategy: More than just online selling, it is marketing rooted in the psychology of buyer behavior

“พิมรี่พาย” ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์การขายของไลฟ์สด แต่เป็นตัวอย่างของ การตลาดที่เข้าใจจิตวิทยาผู้บริโภค อย่างลึกซึ้ง เธอสามารถดึงดูดใจคนดู สร้าง Community และกระตุ้นพฤติกรรมซื้อซ้ำได้ด้วยกลยุทธ์ Behavioral Marketing ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

เธอไม่ได้แค่ขายของได้วันละล้าน แต่สามารถ “สร้างคาแรกเตอร์–สร้าง Community–สร้างอารมณ์ร่วม–และกระตุ้นพฤติกรรม” ได้แบบที่แบรนด์ใหญ่หลายเจ้าทำไม่ได้ในเวลาเท่ากัน 

ในบทความนี้ PRIMO จะพาไปถอดกลยุทธ์การตลาดของพิมรี่พายในมุม หลักจิตวิทยาพฤติกรรมผู้บริโภค (Behavioral Marketing Psychology) และแนวทางการออกแบบแคมเปญที่แบรนด์สามารถประยุกต์ใช้ได้จริง 

Part 1: กลยุทธ์จากพิมรี่พายที่สะท้อน การตลาดที่เข้าใจจิตวิทยาผู้บริโภค

1. สื่อสารด้วยความไม่สมบูรณ์แบบ (Imperfection Marketing) 

  • ภาพลักษณ์ “พูดตรง โวยวาย จริงใจ” คือการดึงดูดผ่าน Authenticity 
  • ความผิดพลาดเล็ก ๆ หรือมุกที่ไม่เป๊ะ ช่วยให้ผู้ชมรู้สึกว่า “นี่คือคนจริง ไม่ใช่โฆษณา” 


จิตวิทยาเบื้องหลัง:

Pratfall Effect คนมักชอบแบรนด์หรือบุคคลที่ดูเก่งแต่มีความเปิ่นบ้าง เพราะมันทำให้ “เข้าถึงง่าย” 


แคมเปญที่เรียนรู้ได้:

  • ให้แบรนด์กล้าสื่อสารแบบไม่ต้องสมบูรณ์แบบ 100% 
  • ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเรา “เป็นฝั่งเดียวกัน” ไม่ใช่ “พยายามขาย” 

 

2. ใช้ Storytelling ผ่าน Conflict จริง 

  • พิมรี่พายมักเล่าเรื่องของ “คนลำบาก” หรือ “ปัญหาในระบบ”  แล้วเธอเข้าไปช่วย 
  • ทำให้ทุกโพสต์หรือคลิปกลายเป็น Mini-Drama ที่ดึงอารมณ์  แล้วปิดด้วย Product หรือ Action 

จิตวิทยาเบื้องหลัง:

  • Narrative Transportation  ผู้ชมจะอินกับเรื่องที่มีโครงเรื่องชัดเจน 
  • Emotional Arousal  อารมณ์ที่สูงจะกระตุ้นพฤติกรรม เช่น การแชร์ / ซื้อ / สนับสนุน 

 


แคมเปญที่เรียนรู้ได้:

  • เปลี่ยน Promotion ธรรมดา ให้เป็น “ภารกิจ” ที่ลูกค้าร่วมได้ 
  • เช่น: “ทุกยอดสั่งซื้อ = ร่วมบริจาคให้ผู้ขาดโอกาสทางสังคม  คือ reward ที่อิง emotion 

 

3. ใช้ “Live” เป็นพื้นที่สร้างอำนาจต่อรอง

  • เธอไม่ขายแค่ของ แต่ “รีดราคา–แข่งกับร้าน–พูดกับลูกค้า–ตัดสินใจสด” 
  • ทุกการขายกลายเป็น Action + Negotiation Show ที่คนดูมีอารมณ์ร่วมทันที 


จิตวิทยาเบื้องหลัง:

  • Social Proof แบบเรียลไทม์  เห็นคนซื้อ เห็นคนคอมเมนต์ ทำให้รู้สึก “ฉันต้องรีบ” 
  • Scarcity & Urgency  ปิดยอดใน Live / เหลือแค่ 30 ชิ้น / เฉพาะคนพิมพ์ไว 

 


แคมเปญที่เรียนรู้ได้:

  • ใช้กลไกแบบ Flash Campaign ใน CRM เช่น ภารกิจ 1 วันเท่านั้น รีบกดในช่วงเวลา = ได้แต้มเพิ่ม รางวัลเฉพาะ Top spender 10 คนแรก 

 

4. แคมเปญของเธอ = ไม่ใช่แค่ซื้อ–ขาย แต่ “อยู่ด้วยกัน” 

  • เธอสื่อสารแบบไม่ทิ้งผู้ติดตาม แม้จะขายจบ  
  • เรียกลูกค้าว่า “เพื่อน” ทำให้รู้สึกว่าแบรนด์กับลูกค้าเป็น “พวกเดียวกัน” 
  • มี live พูดเล่น, ให้กำลังใจ, แชร์ชีวิต — คือ “รักษา connection” ตลอดเวลา 

จิตวิทยาเบื้องหลัง:

  • Commitment & Consistency  คนที่อินกับตัวตนแล้วจะอยู่กับแบรนด์ในระยะยาว 
  • Parasocial Relationship  รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนแม้ไม่เคยเจอกัน 

 


แคมเปญที่เรียนรู้ได้:

  • ใช้ CRM สร้าง “ความสัมพันธ์ต่อเนื่อง” โดยการ recognize ลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น ส่ง Thank You Card  ส่งอีเมล/LINE วันเกิดพร้อมสิทธิ

Part 2: บทเรียนสำหรับนักการตลาดที่อยากออกแบบแคมเปญให้มีคน “อิน”

หลักจิตวิทยา กลยุทธ์ที่ใช้โดยพิมรี่พาย  ใช้ PRIMO Loyalty CRM สร้างแคมเปญ
Pratfall Effect  สื่อสารแบบไม่ต้องเป๊ะทุกอย่าง แคมเปญที่มี Human Touch / บอกเล่าเบื้องหลัง
Narrative Transportation เล่าเรื่องจริงที่มีความขัดแย้ง ทำ Loyalty Campaign แบบ Story-driven ที่มีความต่อเนื่อง
Scarcity & Urgency ปิดยอด Live แบบด่วน  ระบบ Flash Campaign / Mission มีเวลาจำกัด เช่น รับแต้มคูณ 2 เมื่อซื้อวันนี้เท่านั้น 
Social Proof คนดูเยอะ คอมเมนต์แน่น  แสดงยอดผู้ร่วมกิจกรรม / แคมเปญชวนเพื่อ 
Dopamine Loop ได้แต้มตอนซื้อ = รู้สึกดีทันที  Instant Reward, Welcome point 
Parasocial Relationship  มีปฏิสัมพันธ์เกือบทุกวัน  ใช้ PRIMO ในการ Personalized Message / Surprise Reward / คูปองวันเกิด หรือใช้ Data เพื่อสื่อสารกับลุกค้า segment  VIP  

สรุปเชิงกลยุทธ์

พิมรี่พายไม่ได้ขายเก่งเพราะพูดเร็วหรือเสียงดัง แต่เพราะเธอเข้าใจว่า “ลูกค้าไม่ใช่คนมาดูของ แต่คือมนุษย์ที่ต้องการรู้สึกมีคุณค่า” 

แบรนด์ที่เข้าใจ “ความรู้สึก” จะสร้างยอดขายที่มี “ความผูกพัน” ไม่ใช่แค่โปรโมชั่นที่ถูกลืมไป 

และถ้าแคมเปญของคุณอยาก “พูดได้” “มีเรื่องราว” และ “ทำให้คนอยากกลับมา” — PRIMO พร้อมช่วยคุณออกแบบทุก journey ให้อิงกับหลักจิตวิทยาอย่างมีระบบและวัดผลได้ 

PRIMO – เข้าใจแบรนด์และลูกค้า ไม่ใช่แค่ระบบสะสมแต้ม แต่คือ Loyalty Partner ของคุณ เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่เติบโตแบบยั่งยืน